โครงการตามพลายกิ่งแก้วกลับบ้าน
ความเป็นมา
จากกรณีที่ช้างไทยจำนวน 6
เชือก
ไปตกระกำลำบากที่ประเทศอินโดนีเซีย
โดยการร่วมมือ
ระหว่างองค์การสวนสัตว์
ไทยกับกรมอนุรักษ์ป่าไม้
และทรัพยากรธรรมชาติอินโดนีเซีย
เมื่อปลายปี 2540
ต่อมาได้เกิดปัญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจ
ในประเทศอินโดนีเซีย
โครงการร่วมมือดังกล่าว
จำเป็นต้องล้มเลิก
และมีการส่งควาญช้างไทยกลับเมื่อเดือนมิถุนายน
2541 โดยช้างไทยทั้ง 6 เชือก
ยังคงตกค้างอยู่ที่อินโดนีเซีย
และมีช้างชื่อพลายสีนวล ได้ล้มตายลงไป
1 เชือก
ชมรมคชบาล
ซี่งเป็นองค์กรอิสระที่รวมของชาวช้าง
ได้ติดตามสถานะการณ์มาโดยตลอด
และคัดค้านมาตั้งแต่ต้น
ได้พยายามประสานงาน
ขอให้ส่งช้างไทยจากอินโดนีเซีย
กลับผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
และได้รับการขอความช่วยเหลือ
จากชาวช้าง และศูนย์คชศึกษา
จังหวัดสุรินทร์
ให้เป็นต้วแทนในการเรียกร้องเคลื่อนไหวแทน
3
กันยายน 2541 ชมรมคชบาล
ได้ยื่นหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศผ่าน
ส.ส.องอาจ คร้ามไพบูลย์ เลขานุการ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบ
จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
9-13
กันยายน 2541
ตัวแทนชมรมคชบาลอันประกอบด้วย
นายสมพาสน์ มีพันธุ์
นายพิทยา หอมไกรลาศ
เด็กหญิงวิลาสินี
มีพันธุ์
ได้เดินทางไปสำรวจสภาพช้างไทย
ในอินโดนีเซีย
เมื่อเดินทางถึงเมืองเมดาน
ประเทศอินโดนีเซีย
เนื่องจากช้างทั้ง 6 เชือก
แยกกันอยู่
การสำรวจจึงแยกออกเป็น 2 คณะ
คณะที่ 1 นายพิทยา
หอมไกรลาศ
ใช้เส้นทางจากเมืองเมดาน
ไปเมืองโกตาปินัง
และเมืองปากันบารู
คณะที่ 2 นายสมพาสน์
มีพันธุ์ และเด็กหญิงวิลาสินี
มีพันธุ์
ใช้เส้นทางจากเมืองเมดาน
ไปเมืองบันดาอาแจห์
ได้พบความเป็นอยู่ ของช้างไทย 1
เชือก (พลายจิตร) ส่วนอีก 1 เชือก
(พลายสีนวล) ได้ล้ม (ตาย) ลง
และผลจากการสำรวจที่นี้ประสานกันกับ
MR.BAMBANG
เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้อินโดนีเซีย
ได้พบว่ามีช้างไทย
ซึ่งส่งไปโดยรัฐบาลเมื่อปี พ.ศ.2529
ชื่อกิ่งแก้วเป็นช้างเพศผู้
จากจังหวัดชัยภูมิ
ยังตกค้างอยู่ที่ศูนย์ฝึกช้าง
เมืองบันดาอาแจห์
ในสถานะการณ์ครั้งนั้น
ตัวแทนชมรมคชบาล
ตั้งความหวังอย่างแรงกล้า
และให้สัญญากับพลายกิ่งแก้ว
ว่าจะนำเขา กลับบ้านให้จงได้
แต่เนื่องจากภาระกิจ
ที่ไปต้องการช้างไทย 5
เชือกกลับบ้านก่อน
จึงได้มีการประสานงาน
แลกเปลี่ยนเบื้องต้นแค่นั้น
เมื่อกลับมาถึงเมืองไทยได้มีการติดต่อเรียกร้อง
โดยการยื่นหนังสือผ่านเอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย
ประจำประเทศไทย เมื่อ 25 ตุลาคม 2541
ก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน
ทั้งจากฝ่ายรัฐบาลไทย
และฝ่ายรัฐบาลอินโดนีเซีย
29 29
พฤศจิกายน 2541 ชมรมคชบาลเห็นว่า
ถึงเวลาแล้วที่จะเรียกร้องอย่างจริงจังมากขึ้น
จึงนำช้างจำนวน 9 เชือก
พร้อมควาญยกขบวนไปเรียกร้องขอนำช้างไทย
5 เชือก
กลับจากอินโดนีเซียที่ทำเนียบรัฐบาล
และได้ยื่นหนังสือเร่งรัด
ถึงคุณหญิงสุพัตรา มาศดิศ
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ผู้ดูแลองค์การสวนสัตว์
ขอให้นำช้างไทยกลับบ้านโดยเร็ว
23
ธันวาคม 2541
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ได้ส่งตัวแทน นายยงยุทธ
ติยะไพรัฐ ส.ส.เชียงราย
เป็นตัวแทน
ประสานงานกับชมรมคชบาล
ในที่สุดทางรัฐบาลอินโดนีเซียยินยอมคืนช้างให้
และยังผลักดันให้ส.ส.ยงยุทธ
ติยะไพรัฐ พูดถึง
และเจรจาเรื่องกรณีช้างพลายกิ่งแก้วกับทางรัฐบาลอินโดนีเซีย
24-26
ธันวาคม 2541 ชมรมคชบาล ชาวช้าง
และหมอเฒ่าได้เดินทางไปรับช้างไทยทั้ง
5 เชือก กลับที่ประเทศอินโดนีเซีย
โดยเรือสินธุภูเก็ต
30
ธันวาคม 2541
เรือสินธุภูเก็ตนำช้างไทย 5 เชือก
พร้อมคณะติดตามช้างเดินทางกลับถึงแผ่นดินไทย
โดยสวัสดิภาพที่ทำเนียบเรือ
จังหวัดภูเก็ตถ
ถึงแม้ภาระกิจการติดตามช้างไทย 5
เชือก จะสำเร็จล่วงไปแล้วก็ตาม
ข่าวของช้างไทยยังคงเงียบหายไป
ไม่มีผู้ใด เอ่ยถึงชะตากรรม
ของพลายกิ่งแก้ว
ที่อินโดนีเซียจะเป็นอย่างไร
ผู้รับผิดชอบ
ผู้เกี่ยวข้องหาได้มีผู้ใดพูดถึงไม่
ทั้งก่อนหน้านี้
ในช่วงเหตุการณ์ติดตามช้างไทย 5
เชือก กลับบ้าน
ฝ่ายการเมืองได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนอย่างมั่นใจ
ชมรมคชบาล
ได้พยายามติดตามความคืบหน้า
และเรียกร้องทวงถามมาโดยตลอด
แม้จะทราบข้อมูลอันน้อยนิดเบื้องต้น
แต่พยายามสืบเสาะหาข้อมูล
รายละเอียดที่มากกว่านี้
บทพิสูจน์ทุกยุคทุกสมัยที่ผ่านมาหามีผู้ใดจริงใจและจริงจังกับชะตากรรมของช้างไทยที่เผชิญอยู่ไม่เห็นจะมีก็แต่
ชาวช้างเท่านั้น
ที่จะต้องช่วยเหลือตนเอง
ทุกคนผ่านมาแล้วก็ผ่านไปสุดท้ายก็ลืม
ภาระกิจครั้งสำคัญของชมรมคชบาล
จึงต้องเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
ในการสานฝันทำตามคำสัญญา
ที่เคยให้ไว้กับพลายกิ่งแก้วที่ประเทศอินโดนีเซีย
โครงการตามพลายกิ่งแก้วกลับบ้าน
จึงเกิดขึ้นในการที่จะเคลื่อนไหว
เรียกร้อง
เพื่อให้ได้มีการนำช้างไทย
ที่เกือบจะถูกลืมกลับคืนแผ่นดินเกิด
ของเขาให้จงได้
และจะประสบผลสำเร็จดังหวังหรือไม่
คงต้องอาศัยความร่วมมือ
รวมแรงใจของชาวช้าง
ที่มีจิตใจรักช้าง
สำนึกในบุญคุณของช้างซึ่งถือเป็นสัตว์ชั้นสูง
คู่ชาติบ้านเมืองไทย
ด้วยความรัก และหวงแหน
ในมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ
ช่วยกันทวงถามเรียกร้อง
ซึ่งชมรมคชบาล
ขอปวารณาตัวเป็นหัวหอก
ในการนำพลายกิ่งแก้วกลับบ้าน
เพื่อร่วมถวายในโอกาสมหามงคล 6
รอบให้ได